ReadyPlanet.com


ขุดให้เจอของจริง


 ขุดให้เจอของจริง

 

โดย หลวงตามหาบัว

 

ธาตุขันธ์เป็นเครื่องมือสำหรับใช้ ย่อมมีการชำรุดได้เมื่อไม่รู้จักประมาณ แต่การเร่งความเพียรด้วยวิธีการนั่งตลอดรุ่งนี้รู้สึกว่าใจมีกำลังมากกว่าวิธีอื่นๆ ทุกขเวทนาที่จะได้แสดงตัวในคราวจะตายนั้น จะต้องเป็นเรื่องของทุกขเวทนาที่กำลังปรากฎและพิจารณารับรู้กันอยู่ในขณะนี้แล

 

จะไม่มีเวทนาตัวไหนจะแปลกประหลาดและต่างหน้าต่างตามาจากที่ไหน ซึ่งจะทำให้เรามีความลุ่มหลง และเผลอเรอในเวลาจะตาย

 

ในระยะเช่นนี้จะว่าจิตว่างก็ได้อยู่ แต่ว่างในสมาธิ พอจิตถอยออกมา ความว่างก็หายไป จากนั้นก็พิจารณาไปอีก และพิจารณาต่อไปเรื่อยๆ จนจิตมีความชำนาญในด้านสมาธิ เมื่อสมาธิมีกำลัง ทางด้านปัญญาก็เร่งพิจารณาตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย จนรู้เห็นชัดและสามารถถอดถอนอุปาทานของกายได้โดยสิ้นเชิง

 

จากนั้นจิตก็จะเริ่มว่าง แต่ยังไม่แสดงความว่างอย่างเต็มที่ ยังมีนิมิตภายในแสดงภาพปรากฎอยู่กับใจ เพราะในระยะนี้ ใจว่างจากกายและวัตถุภายนอก แต่ยังไม่ว่างจากนิมิตภายในของตัวเอง

 

จนกว่าจะมีความชำนาญโดยอาศัยการฝึกซ้อมไม่ลดละ นิมิตภายในใจก็นับวันจะจางไป สุดท้ายก็หมด ไม่ปรากฎนิมิตทั้งภายนอกภายในใจ นั่นท่านก็เรียกว่าจิตว่าง ว่างชนิดนี้ เป็นเรื่องว่างประจำนิสัยของจิต ที่มีภูมิธรรมประจำขั้นแห่งความว่างของตน นี่ไม่ใช่ว่างสมาธิ และไม่ใช่ว่างในขณะนั่งสมาธิ ขณะที่นั่งสมาธิ เป็นความว่างของสมาธิ

 

แต่จิตที่ปล่อยวางจากร่างกาย เพราะความรู้รอบด้วยนิมิตภายในก็หมดสิ้นไป เพราะอำนาจของสติปัญญารู้เท่าทันด้วย นี่แลชื่อว่าว่างตามฐานะของจิต เมื่อถึงขั้นนี้แล้วจิตว่างจริงๆ แม้กายจะปรากฎตัวอยู่ ก็สักแต่ความรู้สึกว่ากายมีอยู่อยู่เท่านี้ แต่ภาพแห่งกายหาได้ปรากฎเป็นนิมิตภายในจิตไม่ ว่างเช่นนี้แลเรียกว่า ว่างตามภูมิของจิต และมีความว่างอย่างนี้เป็นประจำ

 

ถ้าว่างเช่นนี้ว่าเป็นนิพพาน ก็เป็นนิพพานของผู้นั้น หรือของจิตชั้นนั้น แต่ยังไม่ใช่นิพพานว่างของพระพุทธเจ้า ความว่างทั้งสองประเภทที่กล่าวมานี้ ไม่ใช่เป็นนิพพานว่างของพระพุทธเจ้า เพราะเหตุใด ? เพราะจิตที่มีความว่างในสมาธิ จำต้องพอใจและติดในสมาธิ จิตที่มีความว่างตามภูมิของจิต จำต้องมีความดูดดื่มและติดใจในความว่างประเภทนี้ จำต้องถือความว่างนี้เป็นอารมณ์ของใจ จนกว่าจะผ่านไปได้

 

ถ้าผู้ถือความว่างนี้ว่าเป็นนิพพาน ก็เรียกว่า ผู้นั้น ติดนิพพานในความว่างประเภทนี้ โดยเจ้าตัวไม่รู้ ความว่างที่กล่าวนี้ เป็นความว่างของเวทนา คือ สุขเวทนา มีเต็มอยู่ในความว่างนั้น สัญญาก็หมายว่าง สังขารก็ปรุงแต่เรื่องความว่างเป็นอารมณ์ วิญญาณก็ช่วยรับรู้ทางภายในไม่เพียงจะรับรู้ภายนอก เลยกลายเป็นนิพพานของอารมณ์

 

นิพพานว่างตามแบบของพระพุทธเจ้า คือสิ่งที่ติดใจอยู่ในขั้นขณะนี้แล เป็นข้าศึก สิ่งที่ติดใจ ก็ได้แก่ความถือว่าใจของเราว่างบ้าง สบายบ้าง ใสสะอาดบ้าง ถ้าจะเห็นว่า ใจมันว่าง แต่มันอยู่กับความไม่ว่าง ใจมันเป็นสุข แต่มันอาศัยอยู่กับทุกข์ ใจใสสะอาด แต่มันอยู่กับความเศร้าหมอง โดยไม่รู้สึก

 

ตัวความว่าง ความสุขใส นั่นแลเป็นธรรมปิดบังตัวเอง เพราะธรรมทั้งนี้คือเครื่องหมายของภพ-ชาติ ผู้ต้องการตัดภพ-ชาติ จึงควรพิจารณาให้รู้เท่าและปล่อยวางสิ่งเหล่านี้ อย่าหวงไว้เพื่อก่อไฟเผาตัว

 

ถ้าปัญญาขุดค้นลงตรงที่ สามจอมกษัตริย์แห่งภพ ปรากฎอยู่ นั้นแลจะถูกองค์การใหญ่ของภพชาติ และจะขาดกระเด็นออกจากใจทันทีที่ปัญญาหยั่งลงถึงฐานของเขาตั้งอยู่ สิ่งเหล่านี้สิ้นไปแล้ว เพราะอำนาจของปัญญา นั้นแลเป็นความว่างอันหนึ่ง เครื่องหมายสมมติใดๆ จะไม่ปรากฎในความว่างนั้นเลย นี่คือความว่างที่ผิดกับความว่างที่ผ่านมาความว่างอันนี้ไม่มีกาลสมัย เป็นอกาลิโกอยู่ตลอดเวลา

 

ความว่างในสมาธิมีความเปลี่ยนแปลงไปได้ ความว่างในขั้นอรูปธรรม ซึ่งกำลังเป็นทางเดินก็แปรสภาพหรือผ่านไปได้ แต่ความว่างในตนเองโดยเฉพาะนี้ ไม่มีความเปลี่ยนแปลง เพราะตนไม่มีอยู่ในความว่างนั้น และไม่ถือความว่างนั้นว่าเป็นตน เห็นตามเป็นจริงในหลักธรรมชาติแห่งความว่างนั้น

 

แม้ศีล สมาธิ ปัญญา ซึ่งเป็นธรรมเครื่องแก้ไข ก็รู้เท่าและปล่อยวางไว้ตามเป็นจริง ไม่มีสิ่งใดจะเข้าไปแฝงอยู่ในธรรมชาติแห่งความว่างในวาระสุดท้ายนั้นเลย

 

โปรดนำความว่างทั้งสามประเภทนี้ไปพิจารณาและพยายามบำเพ็ญตนให้เข้าถึงความว่างทั้งสามนี้ เฉพาะอย่างยิ่ง ความว่างในวาระสุดท้าย ซึ่งเป็นความว่างในหลักธรรมชาติ ไม่มีผู้ใดและสมมติใดๆ อาจเอื้อมเข้าไปทำการเกี่ยวข้องได้อีกต่อไป

 

ความสงสัยนับแต่ขั้นต้นแห่งธรรม จนถึงความว่างอย่างยิ่ง จะเป็นปัญหาที่ยุติกันลงได้ด้วยความรู้ความเห็นของตนเป็นผู้ตัดสินเอง.

 



ผู้ตั้งกระทู้ วิศาล :: วันที่ลงประกาศ 2010-12-10 18:27:27


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.